Tools

E-mail Print PDF

๙. โครงการพัฒนาพื้นที่หนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

 
โครงการพัฒนาพื้นที่หนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร
 
  

๑. ความเป็นมาของโครงการ

 
 
   
    สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเยี่ยมราษฎร บ้านคำน้ำสร้าง ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ ทรงรับ ทราบถึงปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อนที่ชาวบ้านได้ถวายรายงาน จึงได้พระราชทานพระราชดำริให้หน่วยราชการให้การ ช่วยเหลือดูแลราษฎรให้อยู่ดีกินดี และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้พระราชทานพระราชดำริให้ พัฒนาและปรับปรุงพื้นที่ ด้วยการขุดลอกหนองอึ่งที่เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ พร้อมการพัฒนาปรับปรุงดินและพื้นที่ แห้งแล้ง ด้วยการปลูกป่าและหญ้าแฝก รวมถึงการฟื้นฟูสภาพป่าโดยรอบหนองอึ่งในพื้นที่กว่า ๓,๐๐๖ ไร่ โดยราษฎรได้ เข้ามามีส่วนร่วมและร่วมใจกันพัฒนาพื้นที่โดยรอบหนองอึ่ง
             พื้นที่หนองอึ่ง มีแม่น้ำสองสายมาบรรจบหรือสบกันคือ แม่น้ำชีและลำน้ำยัง พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ลุ่มต่ำและเป็นเส้นทางน้ำ ไหลผ่าน ทำให้ประสบกับปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน ราษฎรจำนวน ๗ หมู่บ้าน ประสบกับปัญหาน้ำท่วมมาอย่างยาวนาน เส้นทางสัญจรถูกตัดขาดติดต่อไม่ได้ พื้นที่การเกษตรเพาะปลูกข้าวนาปีมีความเสียหาย ปัญหาน้ำท่วมเกิดขึ้นซ้ำซากทุกๆ ปี ขณะเดียวกันเมื่อถึงช่วงฤดูแล้งน้ำแห้งไม่มีน้ำเพียงพอเพื่อการอุปโภค บริโภค ทำการเกษตรไม่ได้ผล
                อดีตก่อนได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพัฒนาหนองอึ่ง ประสบปัญหาน้ำทวีความรุนแรง ขึ้นต่อการดำรงชีพ ในเวลาเดียวกันประชากรในพื้นที่เพิ่มขึ้น เพื่อความอยู่รอด ชาวบ้านจึงทำทุกอย่างแม้แต่การบุกรุก ถากถางป่า ป่าไม้ที่เคยอุดมสมบูรณ์ถูกแผ้วถางเพื่อสร้างที่อยู่อาศัย เพื่อเพิ่มพื้นที่ทำไร่เลื่อนลอย นำไม้มาทำฟืนและใช้ สอย ทำให้สภาพป่าเสื่อมโทรม ชาวบ้านโดยรวมจึงมีชีวิตยากลำบากยิ่งขึ้น ในระยะหลังแม้แต่จะอาศัยเก็บหาของป่าเพื่อ บริโภคและจำหน่ายไม่ได้เหมือนเดิม ราษฎรส่วนหนึ่งต้องพากันอพยพออกไปรับจ้างย้ายถิ่นฐานไปอยู่หัวเมืองใหญ่เพื่อ หารายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัว ต่อมาได้จัดตั้งเป็น ป่าชุมชนดงมันในปี ๒๕๔๖ เพื่อสนองพระราชดำริ ฟื้นฟูสภาพ ป่าเพื่อให้คนอยู่กับป่าได้อย่างเกื้อกูลโดยได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากหน่วยราชการต่างๆ อาทิ จังหวัดยโสธรกรมป่าไม้และสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เป็นต้น
 
 
๒. ที่ตั้งโครงการ
 
     ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมือง  จังหวัดยโสธร
 
 
 ๓. วัตถุประสงค์โครงการ
 
      ๑. เพื่อปรับปรุงคุณภาพของดิน
     ๒. เพื่อแก้ปัญหาสภาพของหน้าดินที่ถูกน้ำพัดพาไป
     ๓. เพื่อแก้ปัญหาสภาพด้านการเกษตรให้แก่ราษฎรบริเวณท้ายอ่าง
 
 
 ๔. หน่วยงานผู้ดำเนินงาน/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 
       ๑. กรมป่าไม้
       ๒. กรมส่งเสริมสหกรณ์
       ๓. โครงการชลประทานยโสธร
       ๔. สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ - จังหวัดยโสธร
 
 ๕. ลักษณะโครงการ
 
     การพัฒนาพื้นที่หนองอึ่งให้เป็นแหล่งเก็บน้ำ เพื่อนำน้ำมาใช้ในการเกษตร ซึ่งเดิมประชาชนในพื้นที่โดยรอบประสบปัญหา น้ำท่วมซ้ำซาก และการร่วมปลูกป่าและอนุรักษ์พื้นที่ป่าดงมัน ให้เป็นแหล่งอาหารตามธรรมชาติ นอกจากนี้โครงการฯ ยัง มีการศึกษาการเพาะเห็ดธรรมชาติ การเพาะพันธุ์ไม้ เพื่อเพาะปลูกในป่าชุมชน ซึ่งประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากป่า เช่น ได้รวมกลุ่มทำผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารจากป่าในชุมชน จนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักโดยทั่วไปในชื่อผลิตภัณฑ์ วนาทิพย์ โอทอป ชุมชนคนรักป่า ผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ เช่น เห็ดโคนในน้ำเกลือ, เห็ดเผาในน้ำเกลือ, ไข่มดแดงในน้ำเกลือ, เห็ด ละโงกในน้ำเกลือ, เห็ดตับเต่าในน้ำเกลือและแม่เป้งคั่วเกลือ ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถสร้างรายได้ให้กับกลุ่มได้เป็น อย่างดี และผลิตภัณฑ์ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก 
        - จัดตั้งป่าชุมชน/องค์กร/กองทุนป่าชุมชน
          - ส่งเสริมการบริหารจัดการป่าชุมชนในรูปแบบฟาร์มเศรษฐกิจพอเพียง
          - ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านป่าไม้ เพื่อปลูกป่าในใจคน
          - พัฒนาศูนย์เรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์
 
 
๖. ผู้ได้รับประโยชน์
 
      เกษตรกรในพื้นที่และประชาชนทั่วไป ประกอบด้วย ๗ หมู่บ้าน จำนวน ๘๒๔ ครัวเรือน ประชากร ๓,๔๐๓ คน ในท้องที่ ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร
 
 ๗. ผลการดำเนินงานและกิจกรรมโครงการ
 
    กิจกรรมจัดตั้งป่าชุมชน/องค์กร/กองทุนป่าชุมชน จัดตั้งป่าชุมชนดงมันสาธาณประโยชน์ ๓,๐๐๖ ไร่ เป็นป่าชุมชน โดยแบ่ง พื้นที่ป่า/เขต รับผิดชอบเป็น ๗ แปลง ๗ หมู่บ้านจัดตั้งองค์กรป่าชุมชน ๘ คณะ ได้แก่ คณะกรรมการบริหารองค์กรกลาง  ๑ คณะ คณะกรรมการระดับหมู่บ้าน ๗ คณะ และกลุ่มอาชีด้านป่าไม้ จำนวน ๒ กลุ่มจัดตั้งกองทุนป่าชุมชนดงมัน ประกอบด้วย กองทุนส่วนกลาง ๑ กองทุน กองทุนระดับหมู่บ้าน ๗ กองทุน โดยมีรายได้มาจากการจำหน่ายไม้โตเร็วที่ปลูก โดยชุมชน ผลกำไรร้อยละ ๑๐ จากกิจกรรมการแปรรูปอาหารจากป่า เงินค่าปรับไหม  รวมถึงการสนับสนุนของหน่วยงาน ภาครัฐ/เอกชน
 
 
๘. กิจกรรมส่งเสริมการบริหารจัดการป่าชุมชนในรูปแบบฟาร์มเศรษฐกิจพอเพียง
 
      การบริหารการจัดการป่าชุมชน
 
          - เพื่อการอนุรักษ์(พื้นที่ป่าที่มีอยู่เดิม) อนุรักษ์ คุ้มครอง ให้ฟื้นคืนตัวตามธรรมชาติตามแนวพระราชดำริ ปลูกป่าโดย ไม่ต้องปลูก
          - เพื่อการใช้สอย(พื้นที่ไร่ร้าง) ฟื้นฟูและพัฒนาในรูปแบบป่าสานอย่างประโยชน์สี่อย่าง ป่าไม้โตเร็ว
          - เพื่อการเกษตรเชิงประณีต (พื้นที่ไร่ร้าง) การปลูกพืชอายุสั้น ธนาคาร/ พันธุ์ไม้เชิงเศรษฐกิจ/ หญ้าอาหารสัตว์
 การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านป่าไม้ เพื่อปลูกป่าในใจคน
          - กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาการแปรรูปอาหารจากป่าชุมชน (วนาทิพย์ โอท็อปชุมชนคนรักษ์ป่า) โดยมีกลุ่มเกษตรกร เพาะเห็ดค้อเหนือ ๗ หมู่บ้านเป็นกลุ่มเป้าหมาย
          - ส่งเสริมและพัฒนาระบบวนเกษตร (ป่าไม้-ปศุสัตว์-เกษตร) เป้าหมาย ๓๐๐ ไร่ต่อครัวเรือน โดยมีเครือข่ายพัฒนาฟาร์ม เชิงนิเวศน์ดงมัน ๗ หมู่บ้าน เป็นกลุ่มเป้าหมาย
 
๙. กิจกรรมพัฒนาศูนย์เรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์
 
     ศูนย์ข้อมูลและบริการ บริเวณสำนักงานชั่วคราวโครงการฯ (กรมป่าไม้)
 
          แหล่งเรียนรู้ การแปรรูปผลิตผลิตภัณฑ์อาหารจากป่า/ ป่าสามอย่างในระบบวนเกษตร(กรมป่าไม้) การเลี้ยงโคขุน (กรม ปศุสัตว์) การปลูกพืชปลอดสารพิษ /ไผ่เลี้ยงแยกหน่ออื่นๆ (กรมส่งเสริมการเกษตร/กรมวิชาการเกษตร) การเลี้ยงปลาใน กระชัง(กรมประมง) ธนาคารปุ๋ยชีวภาพและสารชีวภาพ (กรมพัฒนาที่ดิน)
 
๑๐. ความสำเร็จของโครงการ
 
      ป่าชุมชนดงมันเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ จำนวน ๓,๐๐๖ ไร่ ซึ่งเป็นป่าบกผืนเดียวที่น้ำท่วมไม่ถึง มีสภาพเป็นป่าดิบแล้ง ผสมเต็งรัง เป็นแหล่งพึ่งพิงที่สำคัญยิ่งของ ๗ หมู่บ้านเป้าหมายโครงการ ในการเป็นแหล่งเก็บหาของป่าไม้ใช้สอย ไม้ฟืน รวมถึงการปลูกพืชไร่  และทำเลเลี้ยงสัตว์ ทรัพยากรป่าไม้อยู่ในสภาพเสื่อมโทรม คงเหลือสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ ประมาณ ๘๐๐ ไร่ ป่าเสื่อมโทรม ๑,๒๐๐ ไร่ และพื้นที่ไร่ร้างประมาณ ๘๐๐ ไร่ กรมป่าไม้โดยโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณ หนองอึ่งได้น้อมนำแนวพระราชดำริ หลักภูมิสังคม โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้ราษฎร ผู้นำหมู่บ้าน ๗ หมู่บ้าน และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดการทรัพยากรป่าไม้ ดงมันสาธารณประโยชน์ ๓,๐๐๖ ไร่ ในหลักการของป่าชุมชน โดยการ ส่งเสริมการบริหารการจัดการป่าในรูปแบบ ฟาร์มเศรษฐกิจพอเพียง เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู พัฒนา และใช้ประโยชน์ป่าอย่างมีสมดุล และยั่งยืน
 
 
      
          ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ได้ลงพื้นที่ ติดตามความคืบหน้าของการดำเนินโครงการ และเยี่ยมชมราษฎรบริเวณพื้นที่หนองอึ่งซึ่งได้รับประโยชน์จากโครงการ นายบัวผัน เศษสุวรรณ์ ประธานสหกรณ์การเกษตรในโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำกัด (ให้ข้อมูลเมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๔) เล่าความรู้สึกของตนให้ฟังอย่างปลาบปลื้มว่า อานิสงค์จากโครงการ หนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำรินำไปสู่การสร้างป่าชุมชนด้วยความสามัคคีของชาวบ้าน สนองพระมหากรุณาธิคุณ ทำให้ชาวบ้านโดยรอบจำนวน ๗ หมู่บ้าน มีรายได้จากการเก็บหา ของป่าขายมีรายได้ไม่ต่ำกว่า ๓ ล้านบาทในแต่ละปี ซึ่งรายได้หลักที่เกิดขึ้นจากป่าชุมชนดงมัน ณ เวลานี้มีมากมาย ที่สำคัญได้แก่ เห็ดโคน เห็ดเผาะ เห็ดระโงก เห็ดตะไค เห็ดก่อ จินูน จิ้งโก่ง ไข่มดแดง มันป่า แต่ที่โดดเด่นคือ เห็ดโคน ซึ่งดอกมีขนาดใหญ่และยาวที่ชาวบ้านเรียกกันทั่วไปว่า เห็ดโคนหยวกในแต่ละปีสามารถเก็บได้จากป่าดงมันได้ประมาณ ๕-๖ ตัน นอกจากเห็ดโคนแล้ว ปัจจุบันเห็ดต่างๆ ที่อยู่ ในป่าชุมชนดงมัน นับวันจะมีปริมาณเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการร่วมมือของประชาชนและหน่วยงานภาครัฐ ในการฟื้น ฟูสภาพป่า รวมถึงการป้องกันรักษาป่าโดยองค์กรป่าชุมชน แล้วก็ความชุ่มชื้นจากแหล่งน้ำทำให้ราษฎรมีอาชีพ มีงานทำ มีรายได้จากป่าดงมันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ด้วยพระมหากรุณาธิคุณจากทั้งสองพระองค์ได้พระราชทานความช่วยเหลือ จึงทำให้ราษฎรมีรายได้ที่ยั่งยืน
 
     นายบัวผัน เศษสุวรรณ์ ยังกล่าวอีกว่า เมื่อมีป่าที่อุดมสมบูรณ์ ส่งผลให้ชาวบ้านสามารถพึ่งพาอาศัยป่าและได้ผล ประโยชน์จากป่า สามารถสร้างอาชีพด้วยการเก็บของป่า และเกิดการแปรรูปอาหารจากป่าชุมชนดงมัน ภายใต้สหกรณ์ การเกษตรในโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำกัด มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ในนาม วนาทิพย์ โอท็อปชุมชนคนรักษ์ป่าและยังได้รับการคัดสรรเป็นโอท็อประดับ ๕ ดาวของจังหวัดยโสธรในปี ๒๕๕๒ ถึงปัจจุบัน โครงการพัฒนาพื้นที่หนองอึ่ง โดยได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานในเบื้องต้นจากสำนักงานคณะกรรมการ พิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.)และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ รวมถึงคณะ อุตสาหกรรเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต ทำให้ ราษฎรสามารถประกอบอาชีพได้มั่นคงยิ่งขึ้น

     “ผลสำเร็จของการฟื้นฟูป่าไม้บริเวณพื้นที่หนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริจนกลับคืนความอุดมสมบูรณ์ดังเดิม ด้วยเพราะพระมหากรุณาธิคุณแห่งล้นเกล้าล้นกระหม่อมทั้งสองพระ องค์เป็นที่ประจักษ์และซาบซึ้งของชาวจังหวัดยโสธร โดยเฉพาะราษฎรตำบลค้อเหนืออย่างหาที่สุดมิได้แท้จริงนายบัวผัน เศษสุวรรณ์ บอกเล่า

     โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดยโสธรนี้ นับเป็นโครงการพัฒนาแบบบูรณาการ ที่หลายหน่วยงานทำงานร่วมกับราษฎร ที่เน้นการฟื้นฟู อนุรักษ์ และพัฒนาทรัพยากรดิน น้ำ ป่าไม้ เพื่อสนับสนุนวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของราษฎร รวมทั้งมีการส่งเสริมด้านอาชีพ มีพื้นที่ดำเนินงานโครงการ ๗ หมู่บ้าน จำนวนประชากรประมาณ ๘๒๕ ครัวเรือน ๓,๔๐๐ คน ที่ได้รับประโยชน์  เนื่องจากมีการปรับปรุงและพัฒนาแหล่งน้ำหนองอึ่ง ให้เป็นแหล่งน้ำทำการ เกษตรในบริเวณใกล้เคียง เป็นแหล่งประมงและขยายพันธุ์ปลาในท้องถิ่น ฟื้นฟู อนุรักษ์ และพัฒนาป่าไม้ชุมชนดงมัน พื้นที่ ๓,๐๐๐ ไร่ เพื่อให้เป็น ตู้กับข้าวแหล่งอาหารของราษฎร และเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้เชิงนิเวศสำหรับผู้สนใจทั่วไป อีกด้วย จากผลการดำเนินงานตามพระราชดำริเป็นผลให้ โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีความก้าวหน้าในการดำเนินงานจนสามารถขยายผลสู่การพัฒนา และส่งเสริมอาชีพให้กับราษฎรในพื้นที่โดยที่มีผลจาก การพัฒนาของโครงการเป็นพื้นฐานของปัจจัยการผลิต ได้มีการแปรรูปอาหารจากป่า ที่ปัจจุบันมียอดจำหน่ายสร้าง รายได้เสริมให้กับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ปีละกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท

 

 เปิดงานล้นเกล้าชาวไทย สถิตในดวงใจ
นิรันดร์ ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ
(นสพ.เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 2 ธ.ค.59)  ...อ่านต่อ

 34 ปี ศูนย์ศึกษา ฯ ห้วยฮ่องไคร้ ฯ
แม่แบบการฟื้นฟูป่า จากเสื่อมโทรมสู่สมบูรณ์
(นสพ.เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 26 ธ.ค.59)  ...อ่านต่อ

 สื่อมวลชนสื่ออาสาสืบสานพระราชดำริ
ชมการดำเนินงานปศุสัตว์ ณ ศูนย์ห้วยฮ่องไคร้

(นสพ.เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 24 ธ.ค. 59) ...อ่านต่อ

 องคมนตรีติดตามความก้าวหน้าโครงการ
เพิ่มปริมาณน้ำในป่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา
(นสพ.เดลินิวส์  ฉบับวันที่ 22 ธ.ค. 59) ...อ่านต่อ

 ผู้คนเนืองแน่นในงานล้นเกล้าชาวไทยฯ
(นสพ.เดลินิวส์  ฉบับวันที่ 23 ธ.ค.59 ...อ่านต่อ

 ห้วยฮ่องไคร้ ฯ จัดยิ่งใหญ่
ล้นเกล้าชาวไทย สถิตในดวงใจนิรันดร์ 
(นสพ.เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 17 ธ.ค. 59) ...อ่านต่อ

อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ <<ย้อนหลัง>>

 

พิธีเปิดนิทรรศการ ล้นเกล้าชาวไทย สถิตในดวงใจนิรันดร์  
(จส.100
-15-12-59 (03.28))

องคมนตรีติดตามงานอุโมงค์ผันน้ำแม่งัด-แม่กวง จ.เชียงใหม่ 
(จส.100-16-12-59 (04.03))

เยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ จ.เชียงใหม่ 
(จส.100-17-12-59 (05.00))

พิธีเปิดนิทรรศการ ล้นเกล้าชาวไทย สถิตในดวงใจนิรันดร์ 
(สทร.106-24-12-59 (05.00)) 

องคมนตรีติดตามการดำเนินงานโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ
เขื่อนแม่กวงอุดมธารา
 (สทร.106-25-12-59 (05.00)) 

รับฟังข่าววิทยุ  <<เพิ่มเติม>>

 

พิธีเปิดนิทรรศการ ล้นเกล้าชาวไทย
สถิตในดวงใจนิรันดร์
  จังหวัดเชียงใหม่

(TV-3-15-12-59) 
คลิ๊กชมสื่อ

พิธีเปิดนิทรรศการ ล้นเกล้าชาวไทย
สถิตในดวงใจนิรันดร์
 จังหวัดเชียงใหม่

(TV-7-15-12-59)
 คลิ๊กชมสื่อ

เยี่ยมชมอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา
จังหวัดเชียงใหม่ 
(TV-3-16-12-59) 

คลิ๊กชมสื่อ

เยี่ยมชมอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา
จังหวัดเชียงใหม่ 
(TV7-16-12-59) 

คลิ๊กชมสื่อ

พิธีเปิดนิทรรศการ ล้นเกล้าชาวไทย 
สถิตในดวงใจนิรันดร์
  จังหวัดเชียงใหม่
(TV NBT-15-12-59) 

คลิ๊กชมสื่อ

ติดตามชมทีวี ... <<ย้อนหลัง>>