Tools

E-mail Print PDF

โครงการพัฒนาป่าไม้อันเนื่องมาจากมาจากพระราชดำริสวนป่าสิริกิติ์ จังหวัดเชียงใหม่

 
โครงการพัฒนาป่าไม้อันเนื่องมาจากพระราชดำริสวนป่าสิริกิติ์
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่
 

พระราชดำริ :  
             
            สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ

ความเป็นมา :
 
            ลุ่มน้ำแม่แจ่มเป็นลุ่มน้ำสาขาที่สำคัญของน้ำแม่ปิง ซึ่งเป็นลำน้ำหลักของภาคเหนือตอนบน ลุ่มน้ำแม่แจ่มมีพื้นที่ประมาณ 3,637 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่มีสภาพเป็นภูเขาสูงชันปกคลุมไปด้วยสังคมพืชป่าไม้ชนิดต่างๆ ประมาณ 90.0% นอกนั้นเป็นที่ราบเชิงเขาประมาณ 6.70% และเป็นที่ราบลุ่ม รับน้ำชลประทานได้ประมาณ 3.30% มีลำน้ำแม่แจ่มเป็นแหล่งน้ำสำคัญ บริเวณต้นน้ำอยู่ด้านทิศเหนือสุดของพื้นที่ ในเขตพื้นที่ตำบลวัดจันทร์ ไหลผ่านบริเวณส่วนกลางของพื้นที่อำเภอแม่แจ่มยาวประมาณ 135 กิโลเมตร และไหลลงสู่แม่น้ำปิงที่บ้านสบแจ่ม อำเภอฮอด มีลำน้ำสาขาน้อยใหญ่อันเกิดจากภูเขาสูงทางด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ไหลลงสู่ลำน้ำแม่แจ่มอีกรวม 26 สาย โดยลุ่มน้ำแม่แจ่มมีปริมาณน้ำประมาณ 40% ของน้ำแม่ปิง สำหรับในส่วนพื้นที่ราบลุ่มนั้น พบว่าพื้นที่ราบลุ่มบริเวณสองฝั่งริมน้ำแม่แจ่มใกล้ ที่ว่าการอำเภอ มีพื้นที่ที่มากที่สุดประมาณ 47% ของพื้นที่ราบลุ่มทั้งหมด ซึ่งสภาพเหมาะแก่การเพาะปลูก นอกนั้นเป็นที่ราบลุ่มขนาดเล็กกระจายอยู่ตามหุบเขาทั่วไป
          โครงการพัฒนาป่าไม้อันเนื่องมาจากพระราชดำริสวนป่าสิริกิติ์ เริ่มดำเนินการเมื่อปีพุทธศักราช 2525 จากการที่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการสำรวจสภาพป่าบริเวณบ้านโม่งหลวงและบ้านโม่งน้อยหมู่ที่ 10 ตำบลท่าผา อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงกำหนดขอบเขตในแผนที่พระราชทานให้ ซึ่งพบว่ามีสภาพป่าที่น่าสงวนไว้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร แต่เนื่องจากมีราษฎรอาศัยอยู่จึงทรงให้มีการดำเนินงานปรับปรุงพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารและพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรในพื้นที่ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยให้กรมป่าไม้เป็นหน่วยงานหลักและมีส่วนราชการอื่นๆ ซึ่งได้แก่ กรมพัฒนาที่ดิน กรมปศุสัตว์ และกรมส่งเสริมการเกษตร เข้ามาช่วยปฏิบัติงานเพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างรวดเร็ว
          สำหรับในส่วนของการดำเนินงานของกรมป่าไม้นั้นได้มอบหมายให้ฝ่ายป้องกันรักษาป่า สำนักงานป่าไม้เขตเชียงใหม่ ทำหน้าที่ดูแลป้องกันรักษาป่า และส่วนอนุรักษ์ต้นน้ำ กรมป่าไม้ ดำเนินการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูต้นน้ำลำธาร แต่เนื่องจากราษฎรในพื้นที่ยังมีความยากจนขาดแคลนพื้นที่ทำกินอีกทั้งยังขาดพืชพรรณที่เหมาะสมและขาดแคลนแหล่งน้ำในการเพาะปลูก ดังนั้น เพื่อให้ราษฎรหยุดยั้งการทำลายป่าและหันกลับมาอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ส่วนอนุรักษ์ต้นน้ำ กรมป่าไม้ ได้น้อมรับนโยบายและเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่โดยอาศัยแนวพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ในโครงการป่ารักน้ำ โดยให้ "คนอยู่คู่กับป่าด้วยการส่งเสริมให้ราษฎรมีความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องของป่าไม้ที่เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ให้แนวทางที่จะเพาะปลูกทำกินได้โดยไม่ต้องบุกรุกทำลายป่า ปลูกสร้างจิตสำนึก และสนับสนุนให้ราษฎรในพื้นที่ให้เกิดความรู้สึกหวงแหนในทรัพยากรป่าไม้และพร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์ป่าไม้ไว้สืบไป โดยได้รับพระราชทานนามว่า "สวนป่าสิริกิติ์ตามหนังสือสำนักราชเลขาธิการ ที่ รล 0004/1611 ลงวันที่ 18 มีนาคม 2525
          จากการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริปรากฎว่า ราษฎรในพื้นที่โครงการมีความเข้าใจในด้านต่างๆ โดยราษฎรมีส่วนร่วม ซึ่งในที่สุดราษฎรก็จะสามารถพึ่งตนเองได้และอาศัยอยู่คู่กับป่าได้อย่างเกื้อกูล ก่อให้เกิดแนวทางที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้อย่างแท้จริง
          สืบเนื่องมาจากโครงการพัฒนาลุ่มน้ำแม่แจ่มภายใต้ความช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ได้สิ้นสุดโครงการลงเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2532 ทำให้การพัฒนาที่เกิดขึ้นของโครงการฯ ขาดความต่อเนื่อง และไม่ได้รับความสนใจและสานต่อจากหน่วยงานประจำในพื้นที่เท่าที่ควร ทำให้พื้นที่ส่วนอื่นของอำเภอแม่แจ่มได้มีการบุกรุกทำลายพื้นที่ป่าไม้เป็นจำนวนมากในระหว่างปี พ.ศ. 2533 - 2536 ดังนั้นเมื่อสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพื้นที่โครงการฯ ที่บ้านโม่งหลวง หมู่ที่ 10 ต.กองแขก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ในปีพุทธศักราช 2536 กรมป่าไม้จึงได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเพิ่มจุดปฎิบัติงานตามแนวพระราชดำริ จากบ้านโม่งหลวงออกไปสู่หมู่บ้านอื่นๆรวมเป็นจำนวนกลุ่มบ้านที่เข้าร่วมโครงการฯ ในปีงบประมาณ 2537 รวม 51 กลุ่มบ้าน โดยมีหน่วยงานของส่วนอนุรักษ์ต้นน้ำในพื้นที่ที่รับผิดชอบดำเนินการ และต่อมาในปีงบประมาณ 2539 กรมป่าไม้ได้รับพระบรมราชานุญาตให้ขยายพื้นที่การปฏิบัติงานตามพระราชดำริออกไปสู่หมู่บ้านอื่นๆ เพิ่มเติมอีก รวมทั้งสิ้น 129 กลุ่มบ้าน
 
วัตถุประสงค์โครงการ :
 
        1. เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตามแนวพระราชดำริโดยให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้ โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรป่าไม้
          2. เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าไปดำเนินงานพัฒนาได้อย่างมีระบบและอยู่ในขอบเขตการพัฒนาป่าไม้อย่างยั่งยืน
          3. เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าให้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สมบูรณ์และเอื้ออำนวยประโยชน์แก่ชุมชนอย่าง ถาวรและยั่งยืน
          4. เพื่อวางแผนการพัฒนาการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าไม้โดยไม่ให้เกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม
          5. เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนที่อาศัยในชุมชนในเขตลุ่มน้ำแม่แจ่มให้ดีขึ้น
 
เป้าหมาย :
 
          1. ขยายผลการดำเนินงานในรูปแบบของการประสานงานให้หน่วยราชการต่างๆ เข้าไปร่วมพัฒนาพื้นที่ป่าไม้ และให้ชุมชนที่อยู่ในป่ามีส่วนร่วมในการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ออกไปครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำแม่แจ่มและลุ่มน้ำอื่น ๆ ต่อไป
          2.สนองพระราชดำริ เรื่อง ป่ารักน้ำของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ให้สามารถเป็นจริงได้ในพื้นที่ลุ่มน้ำทั่วประเทศ
          3. ปรับปรุงคุณภาพชีวิตของราษฏรในพื้นที่ป่าไม้ให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้ตามควรแก่อัตตภาพ โดยมีส่วนร่วมในการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ร่วมกัน
 
พื้นที่ดำเนินการ :
 
          โครงการพัฒนาป่าไม้อันเนื่องมาจากพระราชดำริส่วนป่าสิริกิติ์ ปฏิบัติงานในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่แจ่ม อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 2,990 ตร.กม.ประกอบด้วยหน่วยจัดการต้นน้ำของส่วนอนุรักษ์ต้นน้ำจำนวน11 หน่วย คือ
          หน่วยจัดการต้นน้ำสวนป่าสิริกิติ์ มีพื้นที่รับผิดชอบ 170 ตร.กม. หมู่บ้านรับผิดชอบ19 กลุ่มบ้าน ในตำบลกองแขก
          หน่วยจัดการต้นน้ำแม่ลอง มีพื้นที่รับผิดชอบ 219 ตร.กม. หมู่บ้านรับผิดชอบ 15 กลุ่มบ้าน ในตำบลบ้านทับ
          หน่วยจัดการต้นน้ำแม่อวม มีพื้นที่รับผิดชอบ 210 ตร.กม. หมู่บ้านรับผิดชอบ 15 กลุ่มบ้าน ในตำบลช่างเคิ่ง,ท่าผา
          หน่วยจัดการต้นน้ำแม่สะงะ มีพื้นที่รับผิดชอบ 310 ตร.กม. หมู่บ้านรับผิดชอบ 15 กลุ่มบ้าน ในตำบลแม่นาจร,แม่แดด
          หน่วยจัดการต้นน้ำแม่ศึก มีพื้นที่รับผิดชอบ 164 ตร.กม. หมู่บ้านรับผิดชอบ 19 กลุ่มบ้าน ในตำบลแม่ศึก
          หน่วยจัดการต้นน้ำแม่ซา มีพื้นที่รับผิดชอบ 357 ตร.กม. หมู่บ้านรับผิดชอบ 12 กลุ่มบ้าน ในตำบลแม่นาจร
          หน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่แจ่ม มีพื้นที่รับผิดชอบ 404 ตร.กม. หมู่บ้านรับผิดชอบ กลุ่มบ้าน ในตำบลแจ่มหลวง,แม่แดด
          หน่วยจัดการต้นน้ำแม่หยอด มีพื้นที่รับผิดชอบ 379 ตร.กม. หมู่บ้านรับผิดชอบ 20 กลุ่มบ้าน ในตำบลแม่ศึก,แม่นาจร
          หน่วยจัดการต้นน้ำปางหินฝน มีพื้นที่รับผิดชอบ 212 ตร.กม. หมู่บ้านรับผิดชอบ 23 กลุ่มบ้าน ในตำบลปางหินฝน,บ้านทับ
          หน่วยจัดการต้นน้ำยางอมพาย มีพื้นที่รับผิดชอบ 289 ตร.กม. หมู่บ้านรับผิดชอบ 19 กลุ่มบ้าน ในตำบลบ้านทับ
          หน่วยจัดการต้นน้ำห้วยทรายเหลือง มีพื้นที่รับผิดชอบ 276 ตร.กม. หมู่บ้านรับผิดชอบ 8 กลุ่มบ้าน ในตำบลแม่ศึก

 
 
วิธีการดำเนินงาน :
 
            การดำเนินงานของโครงการฯ สวนป่าสิริกิติ์ ในแต่ละพื้นที่จะมีเจ้าหน้าที่ประสานสัมพันธ์ของโครงการฯ รับผิดชอบดูแลชุมชน โดยมีขั้นตอนการดำเนินงาน ดังต่อไปนี้
 
1. ดำเนินการประชาสัมพันธ์ในพื้นที่เป้าหมาย
          โครงการพัฒนาป่าไม้อันเนื่องมาจากพระราชดำริสวนป่าสิริกิติ์ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ประสานสัมพันธ์(จปส.) เข้าไปดำเนินงานประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ลุ่มน้ำที่รับผิดชอบ เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจและแสดงจุดมุ่งหมายในการเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อให้ราษฎรในพื้นที่โครงการฯ มีความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายวัตถุประสงค์ เป้าหมายของโครงการ โดยพื้นที่หนึ่งๆ จะส่งเจ้าหน้าที่จำนวน 3 คน ซึ่งประกอบด้วยนักวิชาการ (ปริญญาตรี) จำนวน 1 คน เจ้าหน้าที่ (วุฒิ ปวช.) จำนวน 2 คน ซึ่งก่อนลงปฏิบัติในพื้นที่ทางโครงการจะมีการอบรมแนวทางในการทำงานและความรู้ต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่พึงจะต้องใช้ในการทำงาน ซึ่งเจ้าหน้าที่โครงการจะเป็นผู้ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ของโครงการ ตลอดจนข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ให้กับราษฎรในพื้นที่ทราบอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและป้องกันความเข้าใจผิดที่จะเกิดขึ้นในการดำเนินงานของโครงการฯ
2. สำรวจข้อมูลพื้นฐานของชุมชน
          เพื่อที่จะให้การดำเนินงานของโครงการฯ สะดวก รวดเร็วและเป็นไปอย่างถูกต้องทางโครงการฯ จึงได้ดำเนินการส่งเจ้าหน้าที่ประสานสัมพันธ์ทำการจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานต่างๆ การดำเนินงานจัดเก็บข้อมูลนั้น เจ้าหน้าที่ จปส. จะเข้าไปฝังตัวอยู่ใน หมู่บ้านต่างๆ กล่าวคือ การปฏิบัติตนให้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนั้นๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่าง จปส. และราษฎรในหมู่บ้าน ที่เป็นพื้นฐานของความเห็นอกเห็นใจ ความห่วงใย ความเข้าใจ ความศรัทธาเชื่อมั่นต่อกัน
3. ดำเนินการจัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้
          พยายามปลูกสร้างจิตสำนึกของชุมชนนั้นๆ ให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติรอบๆ ตัวเขา ไม่ว่าจะเป็นพื้นดิน น้ำ ป่าไม้ สัตว์ป่า สภาพธรรมชาติที่ดีอันมีอยู่แล้ว ซึ่งเป็นสมบัติส่วนรวมของทุกคนในหมู่บ้านหรือในชุมชน ส่งเสริมให้ชุมชนเห็นความจำเป็นที่จะต้องมี กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติประจำหมู่บ้านหรือชุมชนขึ้นมาดูแลปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งกลุ่มที่จะทำหน้าที่แทนทุกคนในหมู่บ้านจะมีการจัดตั้งกฎระเบียบขึ้นมา กำหนดให้ทุกคนยอมรับร่วมกันโดยมีราษฎรทุกคนเป็นหูเป็นตาระแวดระวังทรัพยากรธรรมชาติส่วนรวมนั้นไว้
4. สำรวจความต้องการของชุมชนและร่วมวางแผนกับชุมชนในการดำเนินงานในพื้นที่
          เจ้าหน้าที่ จปส. จะสอบถามราษฎรในชุมชนว่าเขามีความต้องการอะไร ต้องการความช่วยเหลืออย่างไร พยายามให้ชุมชนหรือราษฎรคิดกันเองว่า พวกเขาต้องการอะไร ร่วมกันถกเถียงและหาข้อยุติกันเอง จปส. นำมาวิเคราะห์ความเหมาะสม เพื่อนำเอาความต้องการของชาวบ้านนั้นไปประสานงานกับโครงการฯ ต่อไป
5. วิเคราะห์และกำหนดแผนการดำเนินงาน
            เมื่อทราบความต้องการของชุมชนและตัดสินใจในการให้ความช่วยเหลือ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและสอดคล้องกับนโยบายการดำเนินงานของโครงการฯ ในด้านอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ทางโครงการฯจะดำเนินงานโดยแบ่งออกเป็น 3 แผนงานหลัก ที่สอดคล้องเกี่ยวข้องกัน คือ
            1. แผนงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
            2. แผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิต
            3. แผนงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์
6. งานส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิต
            ทางโครงการฯ ตระหนักว่าคุณภาพชีวิต จะมีผลต่อการรักษาทรัพยากรป่าไม้ เนื่องจากชุมชนเป็นชุมชนบนพื้นที่สูง ชีวิตความเป็นอยู่จึงมีความเกี่ยวข้องกับทรัพยากรป่าไม้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทางโครงการฯจึงพยายามให้มีการใช้พื้นที่ป่าอย่างคุ้มค่าที่สุดและไม่ให้เกิดการทำลาย โดยส่งเสริมให้ชุมชนประกอบอาชีพต่างๆ สนับสนุนกิจกรรมเพื่อให้ชุมชนมีรายได้ สามารถเลี้ยงตนเองได้ เช่น
          1. สนับสนุนการสร้างบ่อปลาและพันธุ์ปลา มีการแนะนำวิธีเลี้ยงปลาให้แก่ราษฎร
          2. สนับสนุนการปลูกไม้ผลและปรับปรุงพันธุ์
          3. ส่งเสริมการเลี้ยงหนอนไม้ไผ่
          4. ส่งเสริมการปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์
          5. สนับสนุนเครื่องจักรในการซ่อมบำรุงถนนในหมู่บ้าน
          6. สนับสนุนทางด้านศิลปาชีพ การตั้งกองทุนทอผ้า
          7. สนับสนุนให้เกิดธนาคารข้าว กองทุนข้าวเปลือก
          8. สนับสนุนการพัฒนาแหล่งน้ำ เช่น การสร้างประปาภูเขา สร้างบ่อพักน้ำ
          9. ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ โดยสนับสนุนพันธุ์ปลา พันธุ์ไก่เนื้อ พันธุ์ไก่ไข่ และสุกร
7. งานส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้
            เมื่อมีการส่งเสริมด้านคุณภาพชีวิตทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ก็ให้ความรู้ด้านการใช้ทรัพยากรป่าไม้ร่วมด้วย เพื่อให้ชุมชนตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรป่าไม้ ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ โดยมีการส่งเสริมกิจกรรมทางด้านต่างๆ อาทิ เช่น
          1. ส่งเสริมให้กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ประจำหมู่บ้าน ร่วมมือกันอนุรักษ์พื้นที่ต้นน้ำ มีการวางกฎระเบียบต่างๆสำหรับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ
          2. มีการจัดสร้างแบบจำลองสภาพพื้นที่ เพื่อให้ทราบสภาพภูมิประเทศและขอบเขตเพื่อใช้ในการวางแผนการดำเนินงาน
          3. มีการจำแนกการใช้ประโยชน์ที่ดินให้ชัดเจน มีการทาสีหมายแนวเขตพื้นที่อนุรักษ์พื้นที่ใช้สอย พื้นที่ทำกิน เพื่อป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์
          4. ส่งเสริมให้มีการปลูกต้นไม้ในวันสำคัญต่างๆ
          5. ส่งเสริมการป้องกันรักษาป่า
          6. ส่งเสริมให้มีการป้องกันไฟป่า
          7. ส่งเสริมให้เกิดป่าชุมชน
8. งานฝึกอบรมและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์
            ทางโครงการฯ ได้ดำเนินงานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและปลูกจิตสำนึกให้เกิดความรู้สึกหวงแหนในทรัพยากรป่าไม้ และพร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้สืบไป การจะพัฒนาคุณภาพชีวิตและปลูกจิตสำนึกชุมชนได้นั้น จำเป็นต้องทำให้ราษฎรเกิดความรู้ ความเข้าใจถึงแนวทางการดำเนินงานของโครงการฯ พร้อมทั้งเกิดแนวคิดใหม่ๆ ที่จะนำไปริเริ่ม สร้างสรรค์ ปรับปรุงสิ่งที่พวกเขาเป็นอยู่ ตลอดจนสามารถที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น ประการสำคัญ มีจิตสำนึกที่ดีในการอนุรักษ์ ต้องการดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้ให้คงอยู่ถาวรและยั่งยืนตลอดไป
9. ดำเนินการจัดตั้งเครือข่ายลุ่มน้ำ
            เมื่อกลุ่มอนุรักษ์ของชุมชนต่างๆ รวมตัวกันเป็นไปในแนวทางเดียวกัน โดยมีนโยบาย ความคิดการปฏิบัติในทิศทางเดียวกันแล้ว จะจัดรวมกลุ่มกันเป็นลักษณะเครือข่ายลุ่มน้ำขึ้น เพื่อทำงานร่วมกันทั้งเครือข่ายลุ่มน้ำ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีการวางระเบียบและข้อตกลงของเครือข่ายลุ่มน้ำและกำหนดขอบเขตการรับผิดชอบที่ชัดเจน
 
10. ติดตามและประเมินผล
           โครงการฯ มีการติดตามและประเมินผลการทำงานของภาครัฐและของชุมชนว่าสามารถดำเนินงานได้บรรลุตามเป้าหมายหรือมีข้อบกพร่องในการดำนินงานอย่างไรบ้าง โดยจะมีการประชุมประจำเดือนและรายงานผลงาน ปัญหาอุปสรรคของการทำงาน นอกจากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่สำหรับติดตามผลงานเข้าไปตรวจเยี่ยมในพื้นที่นำข้อมูลที่ได้มาประเมินผลการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่และความร่วมมือของชุมชน เพื่อเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงและวางแผนการทำงานของโครงการฯ ต่อไป
           ในแต่ละปีทางโครงการฯ สวนป่าสิริกิติ์ จะได้รับข้อมูลสภาพปัญหาจากเจ้าหน้าที่ประสานสัมพันธ์ในพื้นที่ ทำให้ทราบถึงปัญหาและความต้องการของชุมชนว่ามีอะไรบ้างที่ก่อให้เกิดความยากจนและหนี้สิน และเป็นปัจจัยที่จะเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของราษฎร โดยยึดหลักการที่ว่าอย่าไปคิดแทนเขา อย่าไปคิดเอาเองว่าเขาต้องการอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมาเราได้รับบทเรียนราคาแพงจากการ คิดเอาเองและคิดแทนเขามามากพอแล้ว ซึ่งจากอดีตที่ผ่านมา เราพบว่า ชุมชนจะมีความต้องการ 2 ประการ คือ
          1. ความต้องการด้านส่วนรวม ได้แก่ ขอถนนเข้าหมู่บ้าน หรือให้ซ่อมถนนที่ชำรุด หรือขอให้มีการสร้างที่ประชุมหมู่บ้าน ศาลาเอนกประสงค์ต่างๆ
          2. ความต้องการทางด้านส่วนตัว ได้แก่ ต้องการที่จะให้ส่งเสริมอาชีพ ช่วยเหลือการประกอบอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพการเลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา การขอกล้าไม้ผล การประกอบอาชีพทอผ้า เป็นต้น
          ในการกำหนดแผนของโครงการฯ จะเป็นแบบ BOTTOM-UP โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการแสดงความต้องการที่จะให้โครงการฯ เข้าไปดำเนินการช่วยเหลือ โดยการเสนอ แผนงานผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ จปส. ที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งจะนำความต้องการของราษฎรในแต่ละพื้นที่ที่ตนรับผิดชอบเสนอให้กับทางหัวหน้าหน่วยจัดการต้นน้ำในพื้นที่ได้ทราบ จากนั้นพิจารณาเสนอแผนงานให้กับทางหัวหน้า
โครงการฯพิจารณาให้การสนับสนุนทางด้านงบประมาณในการดำเนินการต่อไป เนื่องจากโครงการพระราชดำริสามารถบริหารงานและจัดสรรงบประมาณได้ค่อนข้างเป็นอิสระ จึงสามารถตอบสนองความต้องการของชุมชนได้เป็นอย่างดี ดังนั้นเมื่อทราบความต้องการของชุมชนก็จะนำความต้องการมาวิเคราะห์และตัดสินใจในการให้ความช่วยเหลือโดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 แผนงานหลักที่สอดคล้องเกี่ยวข้องกัน คือ
          1. แผนงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ แผนงานนี้จะเน้นด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรดิน น้ำ ป่าไม้ ให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักการที่กำหนดไว้
          2. แผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิต จะเน้นในด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของราษฎรให้มีความเป็นอยู่อย่างพอเพียง สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์เพื่อให้ทางราษฎรกลับมาช่วยกันรักษาป่าเมื่อพวกเขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่เบียดเบียนป่า เพื่อให้ "คนอยู่คู่กับป่าโดยอาศัยเกื้อกูล ซึ่งกันและกัน"
          3. แผนงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ จะเป็นแผนงานที่ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจโดยใช้สื่อต่าง ๆ เข้ามาช่วยให้เข้าใจดีขึ้น ซึ่งมีทั้งสื่อบุคคล สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อทางโสตทัศน์ ควบคู่กันไปทุกสื่อจะมีบทบาท ในการสนับสนุนให้การปฏิบัติงานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
 

หน่วยงานผู้ดำเนินงาน /หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง :  

           
กรมอุทยานแห่งชาติ  สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
 
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ :   
 
         1. ประชาชนในพื้นที่ดำเนินการ ได้รับการส่งเสริมพัฒนาความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ (ดิน น้ำ ป่าไม้) อย่างสอดคล้องกับความต้องการของชุมชน และระบบนิเวศน์ลุ่มน้ำที่ทางโครงการพัฒนาป่าไม้อันเนื่องมาจากพระราชดำริสวนป่าสิริกิติ์ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่รับผิดชอบได้อย่างเหมาะสม และเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม
          2. ชุมชนในพื้นที่ดำเนินการได้รับการส่งเสริมพัฒนา ให้จัดตั้งองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารและพัฒนารูปแบบชุมชน นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมไปกับสังคมที่ดูแลสิ่งแวดล้อมของชุมชนได้อย่างถาวรและสงบสุข
          3. องค์กรชุมชนสามารถนำความรู้ ประสบการณ์ ไปใช้ในการวางแผนจัดระเบียบ จัดสรรการใช้ทรัพยากร ดิน น้ำ ป่าไม้ อย่างมีประสิทธิภาพกว่าเดิม ชุมชนในพื้นที่ดำเนินการมีความรู้สามารถพัฒนาได้อย่างถูกต้อง สอดคล้องกับระบบนิเวศน์ของชุมชน เช่น การพัฒนาการเกษตรในเชิงอนุรักษ์
          4. องค์กรชุมชน เกิดสามัญสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (ดิน น้ำ ป่าไม้ ) จึงให้ความร่วมมือต่อโครงการพัฒนาป่าไม้อันเนื่องมาจากพระราชดำริสวนป่าสิริกิติ์ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ในการป้องกันรักษา ป่าไม้ ดูแลป้องกันรักษาไม่ให้เกิดไฟป่า ได้ในระดับหนึ่ง
          5. ชุมชนมีระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กระทั่งสามารถช่วยกันดูแลรักษาป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
          6. ชุมชนในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงจะได้ใช้ทรัพยากร ดิน น้ำ ป่าไม้ อย่างมีปริมาณเพียงพอ คุณภาพดี และระยะเวลาสม่ำเสมอยาวนานจากผลการปลูกป่าและอนุรักษ์ต้นน้ำร่วมกับโครงการฯ
 
ที่มาของข้อมูล :
http://www.dnp.go.th /
   


   

 

 เปิดงานล้นเกล้าชาวไทย สถิตในดวงใจ
นิรันดร์ ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ
(นสพ.เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 2 ธ.ค.59)  ...อ่านต่อ

 34 ปี ศูนย์ศึกษา ฯ ห้วยฮ่องไคร้ ฯ
แม่แบบการฟื้นฟูป่า จากเสื่อมโทรมสู่สมบูรณ์
(นสพ.เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 26 ธ.ค.59)  ...อ่านต่อ

 สื่อมวลชนสื่ออาสาสืบสานพระราชดำริ
ชมการดำเนินงานปศุสัตว์ ณ ศูนย์ห้วยฮ่องไคร้

(นสพ.เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 24 ธ.ค. 59) ...อ่านต่อ

 องคมนตรีติดตามความก้าวหน้าโครงการ
เพิ่มปริมาณน้ำในป่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา
(นสพ.เดลินิวส์  ฉบับวันที่ 22 ธ.ค. 59) ...อ่านต่อ

 ผู้คนเนืองแน่นในงานล้นเกล้าชาวไทยฯ
(นสพ.เดลินิวส์  ฉบับวันที่ 23 ธ.ค.59 ...อ่านต่อ

 ห้วยฮ่องไคร้ ฯ จัดยิ่งใหญ่
ล้นเกล้าชาวไทย สถิตในดวงใจนิรันดร์ 
(นสพ.เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 17 ธ.ค. 59) ...อ่านต่อ

อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ <<ย้อนหลัง>>

 

พิธีเปิดนิทรรศการ ล้นเกล้าชาวไทย สถิตในดวงใจนิรันดร์  
(จส.100
-15-12-59 (03.28))

องคมนตรีติดตามงานอุโมงค์ผันน้ำแม่งัด-แม่กวง จ.เชียงใหม่ 
(จส.100-16-12-59 (04.03))

เยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ จ.เชียงใหม่ 
(จส.100-17-12-59 (05.00))

พิธีเปิดนิทรรศการ ล้นเกล้าชาวไทย สถิตในดวงใจนิรันดร์ 
(สทร.106-24-12-59 (05.00)) 

องคมนตรีติดตามการดำเนินงานโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ
เขื่อนแม่กวงอุดมธารา
 (สทร.106-25-12-59 (05.00)) 

รับฟังข่าววิทยุ  <<เพิ่มเติม>>

 

พิธีเปิดนิทรรศการ ล้นเกล้าชาวไทย
สถิตในดวงใจนิรันดร์
  จังหวัดเชียงใหม่

(TV-3-15-12-59) 
คลิ๊กชมสื่อ

พิธีเปิดนิทรรศการ ล้นเกล้าชาวไทย
สถิตในดวงใจนิรันดร์
 จังหวัดเชียงใหม่

(TV-7-15-12-59)
 คลิ๊กชมสื่อ

เยี่ยมชมอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา
จังหวัดเชียงใหม่ 
(TV-3-16-12-59) 

คลิ๊กชมสื่อ

เยี่ยมชมอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา
จังหวัดเชียงใหม่ 
(TV7-16-12-59) 

คลิ๊กชมสื่อ

พิธีเปิดนิทรรศการ ล้นเกล้าชาวไทย 
สถิตในดวงใจนิรันดร์
  จังหวัดเชียงใหม่
(TV NBT-15-12-59) 

คลิ๊กชมสื่อ

ติดตามชมทีวี ... <<ย้อนหลัง>>